ข้อมูลเกาะยาว ที่พัก ใน เกาะยาว เวลาละหมาด ทีวีออนไลน์ วิทยุออนไลน์ ฟังเพลงด้วยวินแอมป์
 
คำขวัญอำเภอเกาะยาว | เกาะสามเมือง ลือเลื่องการท่องเที่ยว หนึ่งเดียวรังนก มรดกอันดามัน มหัศจรรย์น้ำทะเลจืด
                                                      TRANSLATE LANGUAGE :          

ค้นหาข้อมูลในเกาะยาว

 

   

เกาะยาว
    เกาะยาวน้อย
    เกาะยาวใหญ่
    พรุใน
    บริการออกแบบเว็บไซต์
    บทความ
    ที่พัก ใน เกาะยาว
    กิจกรรมทางทะเล
    งานโชว์
    วิดีโอเกาะยาว
    อเมซิ่งเกาะยาว
    สรรหามาฝาก
    การเดินทาง สู่ เกาะยาว
    คนเด่น คนดัง เกาะยาว
    เว็บไดเร็คทอรี่
    แผนที่เกาะยาว
    ห้องสนทนา
    ถามมา ตอบไป
    การทำ SEO
    เทศกาล ประเพณี เกาะยาว     คลังภาพ
    สถานที่ท่องเที่ยวเกาะยาว
    เบอร์โทรศัพท์ ใน เกาะยาว     ร้านอาหาร ใน เกาะยาว
    รถ - เรือ บริการ เช่า เหมา
    จองโรงแรม ในภาคใต้
    ติดต่อเรา
..............................................




เที่ยวเรือไปเกาะยาว ค่าเรือ 120 บาท Speed boat 200 บาท  รถ-เรือเช่าเหมา

------------------------------
Amazing Kohyao

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

จอดรถไม่ต้องถอดกุญแจ


------------------------------



Q & A
ถามมา-ตอบไป

    จะไปเกาะยาวน้อยหรือ
       เกาะยาวใหญ่ดี ?
    จะเอารถยนต์มาได้มั๊ย ?
    มีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง ?
    อากาศช่วงนี้เป็นอย่างไร ?
    เกาะยาวอยู่จังหวัดไหน ?
    มาเกาะยาวน้อยไปเกาะยาว
      ใหญ่ได้มั๊ย ?

คำถามทั้งหมด

อแจมรีวิวลูกสาวหน่อยคับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Prunai

Kohyaoyai

Kohyaonoi

อ.เกาะยาว จ.พังงา นะครับ
ประวัติเกาะยาว และ ข้อมูลทั่วไปเกาะยาว > >


ประวัติศาสตร์ชุมชน
ประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวเกาะยาวไม่ปรากฎหลักฐานที่ชัดเจนว่าเริ่มขึ้นเมื่อใด แต่มีการเล่า สืบกัน มาว่า เป็นกลุ่มชาวมุสลิมที่อาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่ตามชายฝั่งทะเล อำเภอเมืองตรัง เมืองสตูล และตามเมืองอื่นๆ ที่กลัวภัย สงครามพม่ารบไทยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2328 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยอพยพ เลียบชายฝังทะเลไปจนกระทั่งได้พบเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่เห็นว่าเกาะทั้งสองนี้เป็นทำเลเหมาะที่จะหลบภัย จึงได้ พร้อมกันยึดเอาเกาะเป็นที่หลบภัยและตั้งหลักแหล่งทำมา หากินประกอบอาชีพ ถือกันว่าประชาชนกลุมนี้ เป็นบรรพบุรุษชน รุ่นแรกของชาวเกาะยาวมาตราบปัจจุบันการเรียกชื่อเกาะยาวอาจเป็นเพราะลักษณะภูมิประเทศที่ยาวของเกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ จากสำเนียง ที่พูดคาดว่าบรรพบุรุษของชาวเกาะยาวน้อยมาจากจังหวัดตรัง ส่วนชาวเกาะยาวใหญ่จะมา จากจังหวัดสตูล ในช่วงเริ่มต้นคาดว่าจะอาศัยความรู้ความสามรถในด้านการประมง เพื่อใช้ในการยังชีพ ส่วนความจำเป็น อย่างอื่น ทั้งในด้าน เกลือ น้ำตาล เข็ม ด้าย ต้องใช้สัตว์น้ำที่จับมาได้แลกเปลี่ยน กับชุมชนอื่น ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็น พื้นที่ราบหุบเขาเหมาะสำหรับทำการเกษตร ใช้ในการปลูกข้าว และสวนต่างๆ เช่น มะพร้าว สะตอ มะม่วงหิมพานต์

ยุคแรก จะเป็นสวนแบบผสมผสาน มีคำพูดว่ามะม่วงเกาะยาว (มะม่วงกล้วย-เป็นลูกเล็กยาวตูดแหลม ประมาณ 3 นิ้ว , มะม่วงพิมเสน (แก้ว) /ส้มโอกับมะกอก มะพร้าวสมุยก่อนปี 2504 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ มารณรงค์ปลูกพืชเชิงเดี่ยว มะพร้าวจะมาในช่วงนั้น เมื่อก่อนหมูป่าชุกชุมมาก (เดิมมีคนจีนเลี้ยงหมูในคอก แต่หมูหลุดออกไปจากคอกอยู่ในป่า ?) ปะโหรนย้ายมาจากภูเก็ตตอนปี 2500 ตอนนั้นบนเกาะมีประมาณ 400 กว่าครอบครัว คนมีประมาณ 2000 คน มีหมู่ 1 – หมู่ 5 ต้นตระกูลหลักของคนเกาะยาวย้ายถิ่นฐานมาจากตรัง มีตระกูล เริงสมุทร ศรีสมุทร กล้าสมุทร นิลสมุทร และโรมินทร์
โต๊ะครูแอ โรมินทร์ เป็นครูสอนศาสนาที่มีชื่อเสียงมากในเกาะยาว เรียนมาจากไทรบุรีเป็นผู้บุกเบิกปอเนาะสันติสุข ตอนนั้นรายได้เข้ามาเกาะยาวเพราะว่าปอเนาะที่นี้เป็นเหมือนตักศิลาของภาคใต้ (โต๊ะครูโกบ แอกวี มาจากเกาะลังกาวี มาเลเซีย) ตอนนั้นขึ้นเรือจากเกาะยาวไปภูเก็ต ไปขึ้นที่ท่าบ้านสะปำ ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมงข้ามทะเล

การเมืองในสมัยนั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มคนจีนกับกลุ่มอิสลาม กลุ่มคนจีนมาจากพังงาและภูเก็ต อาทิเช่น กำนันกี่ กำนันคก กำนันพก กลุ่มอิสลาม เช่น กำนันหวัง เริงสมุทร กำนันสามารถ สกุลสัน กำนันวิทยา สกุลสัน

ยุค 2504 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพราะมุ่งสนับสนุนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีการโค่นต้นมะม่วงเพื่อปลูกต้นมะพร้าว มากขึ้น ตอนปี 2500 คนเกาะยาวมีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองชื่อว่า ข้าวขี้ควาย (ข้าวกอเดี่ยว) ใช้ควายไถนา ตอนนั้น ประมงมีอยู่ไม่กี่ตระกูล มีทำปลาหมกทะเล (ปลากระบอกใหญ่?)ปลาอินทรีย์ มีตระกูลราเขตกับตระกูลเริงสมุทร (นิลสมุทร จะอยู่แถวบ้านริมทะเล) ขึ้นท่าโต๊ะปี๊ไปขายที่ตลาดตอนนั้นใช้ ”เรือยนต์” ใช้เรือยนต์ที่มีเครื่องตั้งในเรือวิ่งไม่เร็วนัก เรือโดยสารสมัยนั้นมีเรือทักษิณลำแรก วิ่งเกาะยาว-อ่าวสะปำเรือหิรัณทักษิณวิ่งเกาะยาว-อ่าวสะปำ ต้องค้างที่ภูเก็ต 1 คืน เรือสินธุ์เกาะยาววิ่งพังงา วิ่งทุกสิ้นเดือน มีเรือสินค้ามารับซื้อไก่ สะตอ ส้มโอ มะกอก มะม่วง ปลาเค็ม ไปส่งขายที่สะปำ และคนเกาะยาวก็ซื้อก๊าซ น้ำมัน หอม กะเทียม อาหารแห้ง ปลาเครื่องใช้ ตอนนั้นที่ลงเรือที่เกาะยาวต้องต่อลงเรือแจว ท่าน้ำแห้ง ค่าเรือบาทนึง ตอนนั้นค่าเรือภูเก็ตเกาะยาว 5 บาท สินค้าที่ได้มาจะบรรทุกลงเกวียน (เทียมควายถึกตัวเดียว) ตอนนั้นเกวียนมีของ ชายหลงด้าหราด ไม้แก้ว (ชาย คือ ปู่หรือตา) ชายอาจ วาหะรักษ์ ร้านของชำสมัยนั้นมี ที่บ้านริมทะเล มีของ บังเส็ม หมู่ 1 มีกำนันคก ร้านแป๊ะเจงขี่ ที่บ้านทุ่งเรียกร้านสัน เมฆบุตร (หัวคด) ที่หน้าปอเนาะมีร้านของ ย่าหราด ดาวเรือง เจ๊ะเฉ็ม (ขายก๊วยเตี๋ยว) ชายเก็ม ที่หมู่ 6 มีร้านโกปี้ จ่าเวช (นิเวศน์ กล้าสมุทร) หมู่ 3 มีร้าน เถ้าแก่อาม๊ะ (ตายแล้ว) นายบูมวย หมู่ที่ 3 4 5 ปลุกยางพารา หมู่ 6 ปลุกมะพร้าว หมู่ 2 ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะว่าพื้นที่เล็ก ยังทำนาอยู่และมีผู้นำ ศาสนาอยู่เยอะมีมัสยิดบ้านใหญ่ซึ่งเป็นมัสยิดหลักของเกาะ มีสุสานของตระกูลโรมินทร์กับเริงสมุทร

หลังยุคเกวียน 2508-2509 มีรถยนต์เข้ามาที่เกาะเป็นรถออสตินของนายวินัย สุขวานิช เป็นตาของนายก (ก้องสิน) มาบรรทุกของแทนเกวียนลงมากับเรือรังนกแหลมทองเก้า บางที่เรือลำนี้ก็เอาหนังตลุงหรือหนังควายมาฉาย หลังสงคราม เวียดนามมีรถจิบจากยูเสส โดยเดวิดมาสำรวจแร่ติดต่อกับโรงพักแล้วยกรถให้ ตอนนั้นมีโรงหนังชื่อ เกาะยาวภาพยนตร์ ของตระกุลกิจประสาน (มีธุรกิจโรงสี โรงหนัง รังนก เพาะเลี้ยงหมูพันธุ์หลังแอ่น หมู่ป่าตอนนั้นมีเก็บภาษีจ่ายค่าภาษีหมู ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านคิดหางละ 8 บาทต่อบ้าน ส่วนมากเป็นข้าราชการคน พุทธมารับซื้อไป สมัยยุคปอเนาะเฟื่องฟูการบันเทิง ไม่ค่อยมีการส่งเสริมเท่าไหร่เราเคร่งครัดศาสนามาก วิถีตอนนั้นอยู่ในวิถีศาสนา ทุกคนอยู่ในจารีตศาสนาไม่ว่าเกิดเหตุการณ์ อะไรทุกคนจะมารวมกันที่มัสยิด ตอนนั้นมีหนังเร่และลิเกมาอยู่เข้าจะมาตกปลาช่อนในนาเพราะคนบนเกาะไม่กินปลาน้ำจืด ตอนนั้นกบกับหอยเชอรี่ยังไม่มี สมัยก่อนเขาจะสร้างเรือนไม้กระดานกับหลังคาสังกะสีใครมีเรือนไม้กระดานถือว่าเป็นคนมีเงิน ผู้หญิงมุสลิมก็จะต้องปิดคลุมผ้าฮิญาบเลียนแบบมาเลเซีย

2518 ยุคคึกฤทธิ์ ทำโครงการเงินผัน
โรงเรียนก่อนนั้นมีถึงป.7 มีส่วนน้อยที่ไปเรียนต่อ มีแต่ลูกข้าราชการ ลูกครู ถนนตัดหมู่ 1 ถึงหมู่ ๖ บนทางเกวียน จากท่ามาเนาะ ถึงท่าเขา ประมาณ 7-8 กิโลเมตร เริ่มมีการขุดคู เอาดินมาถม มีรถบรรทุกดิน รถปิคอัพ มารับจ้างของกำนัน วิทยา แลนด์โรเวอร์ มาทุกดิน มีสภาตำบล มีครู หมู่ 1 มีสุขาภิบาล

ยุคป๋าเปรม 2522
เริ่มมีโครงการสร้างงานในชนบท ให้สภาตำบลทำโครงการพัฒนา เริ่มมีสุขศาลาแล้วพัฒนามาเป็นสถานีอนามัยและ โรงพยาบาล 10 เตียง มีหมอตำแย แม่บังเหรด ...มะนุ้ย ไม้แก้ว เป้นหมอตำแยประจำชุมชน มีการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน มีโครงการแพทย์ทางอากาศของสมเด็จย่า เสด็จมาสามครั้ง ในหลวง และพระราชินีเสด็จมาที่เกาะยาว ครั้งที่ในหลวงเสด็จ ตอนโต๊ะครูแออายุ 50 ปี

ยุควิกฤติทะเล ปี 2537
โรงเรียน มัธยมมีตั้งแต่ ปี 2520 มีถึงมัธยม 6ได้ 5-6 ปีแล้ว มีเด็กเรียนต่อมากขึ้น เรือปรับมาใช้เรือหางยาว ประมาณ ปี 2520 วิ่งสะปำ เช้า-เย็น เลยมีการหาท่าเรือใหม่ ได้บางโรง เรือหางยาวก็มีมากขึ้น ยุคชาติชาย 2532 มีคนมาซื้อที่เก็งกำไร ให้เครดิตไร่ละล้าน (เสี่ยตัน คนจีนมาเลย์ เป็นนายหน้าขายที่ให้สุลต่านมาเลย์) การท่องเที่ยวเริ่มมีการบุกเบิก เมื่อฝรั่งเริ่มมา พักแบบลองสเตย์ของบังหมาด ตอนนั้นกลุ่ม ลองบีชมากว้านซื้อที่ เป็นเห่งแรก เป็นพวกกลุ่มหมู่บ้านรัตนาธิเบศก์ สส.อยุธยา หุ้นส่วนเป็นไกด์เยอรมัน คุณวิชิต จากบางกอกทัวร์ ทำวิถีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ซึ่งไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ

ประชากรเพิ่มมากขึ้น มีคนนอกเยอะ ออกทะเลเริ่มไม่คุ้ม ไม่มีกฎทะล เริ่มมีหนี้สิน มีอวนรุน อวนลาก ผู้ใหญ่ ผู้นำศาสนา เป็นเจ้าของแพปลา นับจากแผน 1 มีการพัฒนาเรืออวนลากอวนรุน ชาวบ้านไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง นายังเป็นอาชีพหลัก และประมงเป็นอาชีพเสริม เรืออวนลาก หรือ ชาวบ้านเรียก “อวนไถ” ก็จะมีกลุ่มทุนภูเก็ต กระบี่ กันตังมา เรืออวนไถลำแรก ของอ่าวพังงา ชื่อเรือ “ทนทักษิณ” ของ แป๊ะกิ้ม เรืออวนลาก ชื่อเรือ “พรภิญโญ” ของ แป๊ะก๊ก แพเรือเจ้าแรก แพเด่นสมุทร (มีเรือ แพ) กับเรือป.พิชัยนาวา ของคนมหาชัย ตอนนั้นชุมชนคนจีนริมฝั่งอ่าวพังงาจะเริ่มมีแพ แต่ก่อนไปขายแค่ตลาดภูเก็ต ไปส่งที่มหาชัยกรุงเทพ เริ่มมีห้องเย็น คนเกาะยาวเป็นศูนย์กลางของอ่าวพังงา เพราะมีไต้ก๋ง (ชุมฝ่อ-กุ๊ก) กับกัปตันเรือ พอปี 34-35 เกิดวิกฤติเรือออวนลาก เรือใหญ่เริ่มออกนอกพื้นที่ ทุนท้องถิ่นเริ่มมีอวนลากเดี่ยว โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พวกนายทุน ขนาดใหญ่เริ่มขายเรือขนาดเล็กและขนาดกลาง ให้นายทุนท้องถิ่น เพราะไปไม่รอดแล้ว มีการสร้างเรือใหญ่ออกข้างนอก แทน (เขาโล๊ะทิ้ง เพราะทรัพยากรน้อยแล้ว เจ๊งกันเป็นแถว เพราะรู้ไม่เท่าทัน เรืออวนรุน หรือเรือลากแคระ (ดัดแปลงจาก เรือหางยาวใช้ทุนน้อย เข้าน้ำตื้น ได้ถึงชายฝั่ง ลากอวนลาก ตอนนั้นมีไต้ก๋ง จาก เพชรบุรี มหาชัย อันดามัน อีสาน พม่า ระยะหลัง ไต้ก๋งไม่ต้องอาศัยทักษะมาก เพราะเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

ปี 2536 คนออกทะลเอง กุ้งก็ได้น้อย ปลาก็ต้องซื้อจากข้างนอก พวกคณะกรรมการสมาพันธุ์ เป็นพวกนักร้องท้องถิ่น – นักร้องเรียน มีกำนันวิทยา (เป็นผู้ออกจับกุมเอง) บังยัดมป๊ะโหรนม บังอิ๊ว,บังยะหมี, บังหมี ความสมบูรณ์ของทะเลสมัยก่อน แต่ก่อนตั้งหม้อรอกุ้ง แหลมสัก – แหล่งอวนลาก อวนรุน เป็นชุมชนประมงขนาดใหญ่ของกระบี่ บังดิ้น สิงโต – เขาอนุรักษ์ หน้าบ้าน ไม่ต้องออกไปไกล ชาวบ้านรวมตัวกันปกป้อง มีรายได้วันละ 7000 -8000 บาท จากไม่ได้อะไรเลยก็เริ่มฟื้นฟู ตอนหลังพวกเกาะยาวจับกลุ่มคุยกัน เรื่องแหลมสัก บังโสบรู้จักและสามารถติดต่อพวกแหลมสักได้ ตอนนั้นมูลนิธิ อาสาสมัครเพื่อสังคม สั่งเจ้าหน้าที่ จงรัก แช่มศรี (ต้น) เข้ามารับผิดชอบทางใต้ มากับบังดิ้น ที่บ้านนายอำเภอณรงค์ เต็มวิจิตร จากนั้นมีการประชุมครั้งแรกกับทีมจากแหลมสัก ที่โรงเรียนเกาะยาว หน้าโรงพัก ถือเป็นจุดแตกหัก โดยบังดิ้น พูดถึงวิธีการและบทเรียน “ชาวบ้านต้องพึ่งตัวเอง” อย่างไปพึ่งระบบราชการ เราทั้งหมดก็งง เราจะมีอำนาจอะไร ตัดสินใจเองได้อย่างไร ก็เป็นจุดเริ่มคิด...สลายชาวบ้านจากนักร้องเรียน บังหมีเป็นสภาตำบลก็เอาไปพูดในที่ประชุม โดยมีกำนันเป็นประธาน ซึ่งมีอุดมการณ์ แต่วิธีการยังไม่ถูกต้อง เลยสั่งให้ผู้ช่วยทุกคนต้องเป็นสมาชิกชมรมประมงพื้นบ้าน โดยมีบังหมีเป็นประธาน ในโครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ์ในวาระครบรอบ ห้าสิบพรรษา ตอนนั้น ระดับจังหวัดมีโครงการอันดามันพัฒนาและมีโครงการอนุภาคอันดามัน(พังงา ภูเก็ต กระบี่) โดยมีสุจิต นิมิตกุล

ระยะเริ่มต้นมีสมาชิก 35 คนแต่มันไม่โตเพราะเป็นสมาชิกจั้ดตั้งต่อจากนั้นได้เชิญเครือข่ายสมาพันฯมาประชุมที่เกาะยาว ที่ศาลาประชาคมมีคนมาประชุมเป็นร้อย นายอำเภอก็หนีไปมีพวกอวนรุนมาประท้วงมั่วไปหมด บังหมาดจัดเวทีมองต่างมุม ก็หาทางออกไม่ได้ตอนนั้นมีอวนรุนอยู่แปดสิบกว่าลำส่วนอวนลากเล็กก็วางมือแล้วเพราะไม่มีรายได้สรุปวันนั้นอนุญาตให้รุน ได้อย่างเสรี จากท่ามะเนาะถึงแหลมยางโดยขอร้องให้เจ้าหน้าที่ไม่จับกุมแต่ถ้าออกนอกพื้ที่จะถูกจับทันทีตอนหลังก็ต้องหยุด
เพราะพื้นที่ถูกจำกัด

กระทั่งสมัยกำนันวิทยา สกุลสัน ลูกกำนันอาจ ทำวาระแห่งเกาะ จับมือกับผู้ว่าภูเก็ต พังงาภูเก็ต เลิกอวนลาก
อวนรุน ในวันที่ 16 กรกฏาคม 2537 มีผู้ว่ามาเปิดป้ายชมรมถือเป็นป้ายยันต์ใหญ่เพราะพ่วงคำว่าเฉลิมพระเกียรติ์
ิ์มีประมงอำเภอชื่อชัชวาลลงมาเล่นด้วยตอนหลังพี่หน่อยพจนา สวนศรีก็เริ่มพาฝรั่งเข้ามาดูงานของชมรมประมง
พื้นบ้านเลยเริ่มคิดจะทำเพ็กเกจ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อRESTพาคณะดูงานจาก global ecology ประเทศ
สหรัฐฯไปดูปะการังที่เกาะไข่ตอนนั้นมีสมาชิกจากเครือข่ายมาร่วมเป็นร้อยพอดีกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ก็เห็นเรือ
อวนลากคู่อยู่ในทะเลกำนันผู้ใหญ่บ้านเลยออกทะเลไปจับตอนนั้นมีโทรทัศน์วิทยุระบบโยซีนซึ้งเป็นระบบที่สื่อสาร
กันได้ทั้งอ่าวพังงามีประมงอำเภอคุณชัชวาลร่วมจับกุมด้วยเหตุการณ์ณ์ครั้งนั้นเลยดังแต่ตอนหลังเขาก็ปล่อยชมรม
เลย ใช้ยุทธศาสตร์น้อยใจจะประกาศสลายตัวมีคนมาร่วมประมาณสามถึงสี่ร้อยคนที่สนามเด็กเล่นหน้าที่ว่าการ
อำเภอมีการเอาวีดีโอการจับกุมครั้งนั้นมาฉายปรากฏว่าชาวบ้านไม่ยอมให้สลายตัวและเริ่มมีแรงหนุนจากชาวบ้าน
และองค์กรเครือข่ายมากขึ้นจนมีพิธีลงสัตยาบรรณที่เกาะโบยใหญ่มีเรือมาเข้าร่วมพันกว่าลำจากสามจังหวัดจุรินทร์
ลักษณวิศิษย์ รัฐมนตรีช่วยการเกษตรสมัยนั้นมาร่วมพิธีด้วย

ประธานชมรมประมงฯคือบังดีน สิงห์โตของกระบี่มีจุรูญ ราชพลที่พังงามีสำเริง ราเขต ที่ประสบความสำเร็จในการ
ต่อสู้เพราะมีการเปลี่ยกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา แต่ที่ได้ผลในสมัยที่บังหลีเป็นศูนย์กลางเพราะว่าทุกคนมีการบันทึก
อวนลากอวนรุนแล้วแกนนำจะเสนอรายงานผลให้นายอำเภอทุกเดือนมีการทำสถิติรายได้ของเรือทั้งหมดสามเดือน
จะสุปผลให้ผู้ว่าผลสุดท้ายได้เชิญหัวหน้าผู้พิพากษาจังหวัดพังงามาร่วมด้วยแต่ก่อนกฎหมายรับเครื่องมือประมง
ผิดกฎหมายแค่สองอย่างคือระเบิดปลากับเบื่อเมาซึ้งหมดยุคไปแล้วจึงแจงความเข้าใจกับท่านถึงการทำลายล้าง
ระหว่างอวนลากคู่กับระเบิดปลาสุดท้ายท่านเข้าใจและรับเอาอวนลากคู่เป็นเครื่องมือผิดกฎหมายสามารถ(ดูสุสาน
เรืออวนลากได้ที่คลองเคียนตะกั่วทุ่งหลังจากนั้นได้มีการขยายแนวเขตเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าซึ่งครอบคลุมชาวประมง
กว่าหมื่นครอบครัวในวันนั้นวันที่ต่อรองการขยายแนวเขตมีคนไปร่วมประชุมกว่าสี่พันคน ที่กระบี่และมีตัวแทนเข้าปรับ
ความเข้าใจและต่อรองและประกาศความสำเร็จจนประกาศเป็นกฎกระทรวงในปีพ.ศ.2540 ต่อจากนั้นก็เริ่มจัดกลุ่ม
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยเป้าหมายแรกเพื่อเป็นกระบอกเสียงผ่านสื่อและคนชั้นกลาง ผู้นำศาสนาเป็นคนรณ
รงค์ให้เลิกอวนลากอวนรุน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 70 - 100 ลำ พอเลิกจากที่ครอบครัวเป็นหนี้ ประมาณ 5-6 เดือนก็จ่าย
หนี้ได้หมด ทะเลก็ฟื้น มีรายได้เดือนละประมาณ 2-3 หมื่นต่อครัวเรือน มีการก่อตั้งชมรมชาวประมงพื้นบ้าน พังงาเข้า
ร่วมเป็นสมาชิกจังหวัดที่ 7 มีการทำเวทีประชาคม ทำความเข้าใจระหว่างสองกลุ่ม มีการปราบ มีเรือลาดตระเวณ
เพราะเดิมพอเห็นเรืออวนลากอวนรุน จะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีเรือ พอมีเรือก็ไม่มีน้ำมัน เดือนหนึ่งมีสองน้ำๆ
ละ สิบห้าวัน ค่าน้ำมันน้ำละ ยี่สิบบาท ชมรมมีแล้วสนับสนุนน้ำมัน แต่ไม่มีกำลัง ก็ส่งไปอบรมในโครงการไทยอาสา
ป้องกันชายฝั่งทะเลกับทหารเรือ กองเรือที่สาม ใต้โครงการอันดามันพัฒนาของกรมการปกครอง ก็มีการสร้างเรือ
หางยาว “พะยูนทอง” ได้งบมาจากสส. ทำหน้าที่ลาดตระเวน จับต่อสายตรงถึงนายอำเภอ รายงานต่อผู้ว่าราชการ
จังหวัด ส่งต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ประวัติแต่ละตำบลสามารถดูได้จากหน้าเว็บเพจนั้นๆ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล http://www.kohyao-info.com/chumchon.html

____________________________________________________

ข้อมูลทั่วไปของเกาะยาว (ข้อมูลปี 2547)

1.สภาพทั่วไป
1.1 ความเป็นมา
อำเภอเกาะยาวจังหวัดพังงา ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย ประมาณ 41 เกาะ แต่เกาะที่มีประชากรอยู่มีจำนวน 2 เกาะยาว คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ โดยได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอแยกจากอำเภอเมือง จังหวัดพังงา เมื่อปี พ.ศ.2463 และได้ยกฐานะเป็นอำเภอ พ.ศ. 2531

1.2 ลักษณะทางกายภาพ
ที่ตั้ง อำเภอเกาะยาว ห่างจากจังหวัด 48.5 ก.ม.
ขนาดพื้นที่ อำเภอเกาะยาว มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 88 ,125 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ มีลีกษณะเป็นเกาะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทอดตัวยาวตามแนวเหนือใต้ ทางด้านตะวันออกมีที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบตามหุบเขา มีชายหาดสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว
ประกอบด้วยเกาะต่างๆ จำนวน 41 เกาะ เกาะที่สำคัญ คือ
- เกาะยาวน้อย เป็นที่ตั้งของอำเภอ มีประชากรอยู่ประมาณ 4,049 คน

1.3 การปกครองและประชากร
การปกครอง แบ่งออกเป็น 3 ตำบล 18 หมู่บ้าน ประกอบด้วยเทศบาลตำบล 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลเกาะยาว
องค์การบริหารส่วนตำบลได้แก่
- องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อย
- ององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาว
- องค์การบริหารส่วนตำบลพรุใน
ประชากรรวม 12,116 คน และมี 2,944 ครัวเรือน

1.4 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าไม้ อำเภอเกาะยาว มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 53,361 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 60.55 อำเภอทั้งหมดในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวน จำนวน 13 ป่า ได้แก่
- เกาะยาวน้อย
- ป่าควนจุก
- ป่าคลองอ่าวเลน
- ป่าคลองกาหมาย
- ป่าคลองเหีย
- ป่าพรุใน
- ป่าช่องหลาด
- ป่าเกาะยาวใหญ่แปลง1
- ป่าคลองคลองโล๊ะปาไล้
- ป่าคลองพรุแจด
- ป่าเกาะยาวใหญ่แปลง 2
- ป่าเกาะโบยใต้
- ป่าคลองย่าหมี
พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ เกาะโบยใต้
ป่าชายเลน มีพื้นที่ 27,311 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะยาวใหญ่
ปะการัง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำบลพรุใน
หญ้าทะเล ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลเกาะยาวน้อย

1.5 การคมนาคม
มีถนนผ่านพื้นที่อำเภอ คือ
- ทางหลวงชนบท 2 สาย
- การคมนาคมทางน้ำ มีท่าเทียบเรือ 4 แห่ง คือ
- ท่าเทียบเรือท่ามะเนาะห์
- ท่าเทียบเรือบ้านท่าเขา
- ท่าเทียบเรือบ้านโล๊ะจาก ตำบลพรุใน
- ท่าเทียบเรือบ้านช่องหลาด ตำบลเกาะยาวใหญ่

1.6 สาธารณูปโภค
- ไฟฟ้า การไฟฟ้าภูมิภาคดำเนินการจ่ายไฟฟ้า 12 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 100 ของหมู่บ้านทั้งหมด สามารถบริการไฟฟ้าให้แก่ครัวเรือนร้อยลุ 100
- ประปา ระบบประปาส่วนภูมิภาคให้บริการด้านการประปาครอบคลุมผู้ใช้ในเขตอำเภอจำนวน - ราย การประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน - แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลเกาะยาว 1 แห่ง ประปาหมู่บ้าน 8 แห่ง
- โทรศัพท์ มีชุมสายจำนวน 1 แห่ง ให้บริการ พื้นที่เกาะยาวน้อย 550 คู่สาย
- ไปรษณีย์ มีไปรษณีย์จำนวน 1 แห่ง

2. สภาพเศรษฐกิจ
2.1 การประกอบอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำสวน รองลงมาได้แก่ อาชีพการประมง

2.2 การเกษตร
พื้นที่การเกษตรรวมทั้งอำเภอ 34,764 ไร่ แบ่งเป็น
- พื้นที่นา 3,764 ไร่ (ร้อยละ 10.82 ของพื้นที่เกษตรทั้งอำเภอ)
- พื้นที่สวน 30,967 ไร่ (ร้อยละ 8.90 ของพื้นที่เกษตรทั้งอำเภอ)
- พื้นที่อื่นๆ 33 ไร่ (ร้อยละ 0.09 ของพื้นที่เกษตรทั้งอำเภอ)
- พืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่
- ยางพารา มีพื้นที่เพาะปลูก 19,909 ไร่
- มะพร้าว มีพื้นที่เพาะปลูก 6,351 ไร่
- มะม่วงหิมพานต์ มีพื้นที่เพาะปลูก 4,249 ไร่
- มีครัวเรือนทำการประมง จำนวน 1,700 ครัวเรือน
- การเลี้ยงปศุสัตว์ที่สำคัญ ได้แก่ การเลี้ยงกระบือ และแพะ

3. สภาพสังคม
3.1 การศึกษา
มีจำนวนสถานศึกษา 14 แห่ง จำนวนห้องเรียน 115 ห้อง ระดับมัธยมศึกษา 2 แห่ง ระดับประถมศึกษา 10 แห่ง ศูนย์เด็กเล็ก 5 แห่ง ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 7 แห่ง
มีครู จำนวน 130 คน นักเรียน จำนวน 2,936 คน มีสัดส่วนนักเรียน/นักศึกษา : ครู เท่ากับ 1 :22 และสัดส่วนนักเรียน/นักศึกษา :1 จำนวนห้อง เท่ากับ 1 :25

3.2 สาธารณสุข
- สถานบริการสาธารณสุข จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลรัฐขนาด 10 เตียง 1 แห่ง
- สถานีอนามัย 2 แห่ง อนามัย 1 แห่ง คลินิกแพทย์ 1 แห่ง สถานพยาบาล 2 แห่ง
- บุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วย แพทย์ 2 คน ทันตแพทย์ 1 คน พยาบาล 26 คน เจ้าหน้าสาธารณสุข 12 คน
- จำนวนผู้ป่วย สาเหตุสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่
1) โรคระบบย่อยอาหารและโรคช่องปาก
2) โรคระบบหายใจ
3) โรคระบบไหลเวียนเลือด
- จำนวนผู้เสียชีวิต จากสาเหตุสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่
1) โรคชรา
2) โรคไหลเวียนเลือด
- ผู้ป่วยโรคเอดส์และติดเชื้อมีอาการปี 2547 จำนวน 41 ราย เสียชีวิต 17 ราย คงเหลือ 21 ราย

3.3 คุณภาพชีวิต ( กชช . 2 ค . และ จปฐ .)
- ระดับการพัฒนาของหมู่บ้าน สภาพการพัฒนาหมู่บ้านในชนบทของอำเภอเกาะยาว มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 (ข้อมูล กชช. 2 ค. ปี 2546) จำนวน - หมู่บ้าน เร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 จำนวน 2 หมู่บ้าน เร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 จำนวน 16 หมู่บ้าน
- จำนวนครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 20,000 บาทต่อคนต่อปี จำนวน 540 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 75.58 ของครัวเรือนทั้งหมด
- จำนวนประชาชนที่มาจดทะเบียนปัญหาความยากจนทั้งสิ้น 2,270 ราย โดยมีปัญหา 3 อันดับแรก ตามลำดับ ได้แก่ ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน จำนวน 1,232 ราย รองลงมา ได้แก่ ปัญหาที่ดินทำกิน จำนวน 1,223 ราย และปัญหาอื่นๆ จำนวน 795 ราย
3.4 ความปลอดภัยในชีวติและทรัพย์สิน
ปี 2547 มีคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายจำนวน 15 คดี ที่สำคัญได้แก่ คดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.pngo.moph.go.th/ssj/phangnga%20info/kohyao.html

วัฒนธรรม - ประเพณี > >

นู่หรี : คือ การทำบุญนั่นเอง ในท้องถิ่นเกาะยาวนั้นมีการทำบุญหลายแบบ ทั้งทำบุญขึ้นบ้านใหม่ โกนหัวเด็ก ทำบุญให้คนตาย ทำบุญแก้บน (ขอจากอัลเลาะห์่)

เดือนบวช : คือ เดือนรอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งปีในอิสลามจะเีรียกว่าปีฮิจเราะห์ศักราชแทนปีพุทธศักราช ซึ่งมุสลิมทั่วโลกจะต้องถือศีลอด (บวช) โดยการไม่มีการดื่มกิน (และข้อห้ามอื่น ๆ ตามบัญญัติของศาสนา ) ตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนตะวันตกดิน

ละหมาดตะรอเวียะห์ : เป็นการละหมาดซึ่งถือเป็นสุนัต (ทำแล้วได้บุญ ไม่ทำก็ไม่บาป) หลังจากละหมาดอีชาฮ์ตามปกติ โดยจะมีการละหมาดในเดือนรอมฎอน

วันฮารีรายอ : หรือวันออกบวชนั่นเอง โดยจะมีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ มีการละหมาดวันตรุษอีดิ้ลฟิตริ (ฮารีรายอ) ร่วมกันที่มัสยิด มีการเลี้ยงอาหาร ให้ทาน การเยี่ยมกุโบร์ เยี่ยมญาติพี่น้องต่างถิ่น ซึ่งในวันนี้เหล่าบรรดามุสลีมีน (มุสลิมผู้ชาย) และมุสลิมะฮ์ (มุสลิมผู้หญิง) จะแต่งกายด้วยชุดใหม่ ๆ พรมน้ำหอม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ทั้งนี้ 100 วันจะมีวันฮารีรายอยี (ฮารีรายอฮัจญ์ หรือ วันตรุษอีดิ้ลอัฎบฮา) โดยมีกิจกรรม / พิธีกรรม คล้าย ๆกัน

เฝ้าเปลว : คือ การอ่านหนังสือที่กุโบร์ (หลุมศพ) หลังจากมีคนตาย แล้วแต่ว่างานนั้นๆ เจ้าภาพ (ญาติของคนตาย) จะให้เฝ้าเปลวกี่คืน บางที่ บางนิกายก็ไม่มีการเฝ้าเปลวเมื่อมีการฝังศพแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี

นิกะฮ์ : คือ การประกาศการเป็นสามี - ภรรยา ตามหลักอิสลาม หลังการนิกะฮ์จะมีการแต่งงานหรือไม่ก็ได้ เพราะถือเป็นการกระทำถูกหลักอิสลามแล้ว ทั้งนี้การนิกะฮ์นั้นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต้องเป็นอิสลาม (หรือศาสนาอื่นมาเข้าอิสลาม)

ละหมาดญุมอาตวันศุกร์ : ทุกวันศุกร์บรรดามุสลิม (โดยเฉพาะผู้ชาย) จะไปละหมาดที่มัสยิดร่วมกันในช่วงเที่ยง แทนการละหมาดดุริฮ์ช่้วงเที่ยงเหมือนในวันอื่น ๆ

ตัมมัรอัลกุรอ่าน : คือ พิธีการที่บอกให้รู้ว่าเขา (เหล่านั้น) ผ่านการอ่านอัลกุรอ่านครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม :

               อิสลาม หรือ ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาสำคัญศาสนาหนึ่งของโลก มีคนนับถือประมาณ 1,600 ล้านคน นับว่ามีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับสองในโลก พื้นที่รวมของกลุ่มประเทศมุสลิมทั้งหมดประมาณ 34,722,286 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ลองจิจูด 141 องศาตะวันออก ทางด้านตะวันออกของเขตพรมแดนประเทศอินโดนีเซีย ทอดยาวไปจนถึงลองจิจูด 17.29 องศาตะวันตก ณ กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล (Senegal) ซึ่งอยู่ในภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา จนถึงละติจูด 55.26 องศาเหนือ บริเวณเส้นเขตแดนตอนเหนือของประเทศคาซัคสถาน ทอดยาวเรื่อยไปจนถึงเส้นเขตแดนทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนีย ที่ละติจูด 11.44 องศาใต้
ในโลกของเรานี้มีจำนวนประเทศกว่า 200 ประเทศ เป็นประเทศมุสลิมกว่า 67 ประเทศ ในประเทศไทยมีศาสนาอิสลามเข้ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ศาสดาของศาสนาอิสลามคือ มุฮัมมัด
ศาสนาอิสลาม คือ ความศรัทธา ข้อบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติและจริยธรรม ซึ่งบรรดาศาสดา ที่อัลลอหฺ ได้ประทานลงมาเป็นผู้นำ เพื่อมาสั่งสอนและแนะนำแก่มวลมนุษยชาติ สิ่งทั้งหมดเหล่านี้เรียกว่า ดีน หรือ ศาสนา นั่นเอง ผู้ที่มีความศรัทธาจะตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตของเขาได้พันธนาการเข้ากับอำนาจสูงสุดของพระผู้ทรงสร้างโลก ในทุกสถานภาพของเขาจะรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า และมอบหมายตนเองให้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของพระองค์ตลอดเวลา เขาเป็นผู้มีจิตใจมั่นคงและมีสมาธิเสมอ
               อิสลาม เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า การสวามิภักดิ์ ซึ่งหมายถึงการสวามิภักดิ์อย่างบริบูรณ์แด่ อัลลอหฺ พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ อิสลาม มีรากศัพท์มาจากคำว่า อัส-สิลมฺ หมายถึง สันติ โดยนัยว่าการสวามิภักดิ์ต่อพระผู้เป็นเจ้าจะทำให้มนุษย์ได้พบกับสันติภาพทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนามนุษยชาติตลอดกาล ตั้งแต่แรกเริ่มของการกำเนิดของมนุษย์จนถึงปัจจุบันและอนาคต
บรรดาศาสนทูตในอดีตล้วนแต่ได้รับมอบหมายให้สอนศาสนาอิสลามแก่มนุษยชาติ ศาสนทูตท่านสุดท้ายคือมุฮัมมัด บุตรของอับดุลลอหฺ บินอับดิลมุฏฏอลิบ จากเผ่ากุเรชแห่งอารเบีย ได้รับมอบหมายให้เผยแผ่สาส์นของอัลลอหฺในช่วงปี ค.ศ. 610 - 632 เฉกเช่นบรรพศาสดาในอดีต โดยมี มะลักญิบรีล เป็นสื่อระหว่างอัลลอหฺพระผู้เป็นเจ้าและมุฮัมมัด
พระโองการแห่งพระผู้เป็นเจ้าที่ทะยอยลงมาในเวลา 23 ปี ได้รับการรวบรวมขึ้นเป็นเล่มมีชื่อว่า อัลกุรอาน ซึ่งเป็นธรรมนูญแห่งชีวิตมนุษย์ เพื่อที่จะได้ครองตนบนโลกนี้อย่างถูกต้องก่อนกลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้า
               ความหมายของ อิสลาม
1.เป็นอุดมการณ์ที่สอนมนุษย์ให้ศรัทธาในอัลลอหฺ พระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว ที่สมควรแก่การเคารพบูชาและภักดี ศรัทธาในความยุติธรรมของพระองค์ ศรัทธาในพระโองการแห่งพระองค์ ศรัทธาในวันปรโลก วันซึ่งมนุษย์ฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อรับการพิพากษา และรับผลตอบแทนของความดีความชั่วที่ตนได้ปฏิบัติไปในโลกนี้ มั่นใจและไว้วางใจต่อพระองค์ เพราะพระองค์คือที่พึ่งพาของทุกสรรพสิ่ง มนุษย์จะต้องไม่สิ้นหวังในความเมตตาของพระองค์ และพระองค์คือปฐมเหตุแห่งคุณงามความดีทั้งปวง
2.เป็นธรรมนูญสำหรับมนุษย์ เพื่อให้เกิดความสงบสุขในชีวิตส่วนตัว และสังคม เป็นธรรมนูญที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ หรือนิติศาสตร์ อิสลามสั่งสอนให้มนุษย์อยู่กันด้วยความเป็นมิตร ละเว้นการรบราฆ่าฟัน การทะเลาะเบาะแว้ง การละเมิดและรุกรานสิทธิของผู้อื่น ไม่ลักขโมย ฉ้อฉล หลอกลวง ไม่ผิดประเวณี หรือทำอนาจาร ไม่ดื่มของมึนเมาหรือรับประทานสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายและจิตใจ ไม่บ่อนทำลายสังคมแม้ว่าในรูปแบบใดก็ตาม
3.เป็นจริยธรรมอันสูงส่งเพื่อการครองตนอย่างมีเกียรติ เน้นความอดกลั้น ความซื่อสัตย์ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณา ความกตัญญูกตเวที ความสะอาดของกายและใจ ความกล้าหาญ การให้อภัย ความเท่าเทียมและความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ การเคารพสิทธิของผู้อื่น สั่งสอนให้ละเว้นความตระหนี่ถี่เหนียว ความอิจฉาริษยา การติฉินนินทา ความเขลาและความขลาดกลัว การทรยศและอกตัญญู การล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น
อิสลามเป็นศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นทางนำในการดำรงชีวิตทุกด้าน แก่มนุษย์ทุกคน ไม่ยกเว้น อายุ เพศ เผ่าพันธ์ วรรณะ หรือฐานันดร

++>BACK

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในเกาะยาว (เคล็ดไม่ลับ : จำเฉพาะตัวเลขสามหลักหลังสุด)

> ที่ว่าการอำเภอเกาะยาว (ที่ทำการปกครองอำเภอเกาะยาว)
076-597003
> สถานีตำรวจภูธรเกาะยาว
076-597123
> ไปรษณีย์เกาะยาว
076-597108
> ไฟฟ้าเกาะยาว
076-597135
> ดับเพลิงเกาะยาว
199
> เทศบาลเกาะยาวน้อย
076-597324
> อบต.พรุใน
> อบต.เกาะยาวน้อย
076-597122
> อบต.เกาะยาวใหญ่
> โรงพยาบาลเกาะยาวชัยพัฒน์
076-597109
>โรงเรียนเกาะยาววิทยา (ม.6)
076-597107
>ศูนย์การเรียนรู้เกาะยาวน้อย
076-597600
>สำนักงานที่ดิน
076-597209
>สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะยาว
076-597121
>สหกรณ์การเกษตรเกาะยาว
076-597037
>ธนาคารออมสิน สาขาเกาะยาว
076-597373

++>BACK

ประวัติและเหตุการณ์ที่่น่าจดจำ

ลำนำ.......

บรรพบุรุษชาวเกาะยาวได้อพยพมาจากชายฝั่งเมืองตรัง เมืองสตูล และเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ชายฝั่ง
ทะเลด้านตะวันตกของประเทศไทย เมื่อครั้งสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ. 2328
คราวพม่ายกทัพมาตีหัวเมืองต่าง ๆ ทางภาคใต้ และตีได้หัวเมือง ตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก
จนกระทั่งได้พบเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่และเห็นว่าสองเกาะนี้เป็นทำเลที่เหมาะสมที่
จะหลบ ภัยได้ดีจึงได้ยึดเป็นที่หลบภัยและตั้งหลักแหล่ง ทำมาหากิน

ก่อนปี พ.ศ. 2446 แบ่งการปกครองเป็น 2 ตำบล 24 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับอำเภอ เมืองพังงา มีนายบ้าน(กำนัน) เป็นผู้ดูแลใกล้ชิดราษฎร ที่ทำงานสร้างเพียงศาลาเล็ก ๆ ขึ้นไว้เรียกว่า"ทำเนียบ" สำหรับเจ้าหน้าที่อำเภอเก็บภาษีเป็นครั้งคราว การเดินทางใช้ เรือแจวหรือเรือใบ และต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายชั่วโมงหรือหลายวัน หากเป็น ฤดูมรสุม

ในปีพ.ศ. 2446 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ เรียกว่า "กิ่งอำเภอเกาะยาว" แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎว่าหัวหน้าปกครองเป็นใคร คงใช้ทำเนียบเป็นสถานที่ทำงาน ต่อมา

ในปีพ.ศ. 2463 ได้มีปลัดอำเภอเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองคนแรกคือ นายชื่น วาศนาวิน ได้เปลี่ยนชื่อทำเนียบเป็น"ที่ว่าการกิ่งอำเภอ" ต่อมานายยศ เปลี่ยนศรีปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้า ประจำกิ่งอำเภอ (พ.ศ. 2487-2492) ได้เป็นผู้นำราษฎรสร้าง ที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ โดยไม่ได้ อาศัยงบประมาณจากทางราชการ และได้ใช้มา
จนถึง พ.ศ. 2508 ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างที่ว่าการกิ่งอำเภอหลังใหม่ เป็น อาคารเรือนไม้สองชั้น ตามแบบของกรม โยธาธิการ เป็นอาคารที่ว่าการกิ่งอำเภอหลังที่ 3 และได้ใช้เป็น สถานที่ทำงานของกิ่งอำเภอมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ปัจจุบันได้ยกฐานะขึ้นเป็น
อำเภอเกาะยาว

ซึ่งนับเป็นกิ่งอำเภอที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย

คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเกาะยาว!!

เวลา 07.58 น. ..... เกิดเหตุแผ่นดินไหวรู้สึกได้ที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ความรุนแรงที่รู้สึกได้และเห็นชัด ประมาณ 3-5 นาที สังเกตได้จากรถและสายไฟ รวมทั้งหน้าต่างบ้านสั่นไหวอย่างชัดเจน สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนไปทั่ว

ศูนย์อุตนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้ตรวจสอบหาศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว พบว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณหัวเกาะสุมาตรตรา หรือที่ละติจูด 3.4 ลิปดา ลองติจูด 9.5 องศาตะวันออก ความรุนแรง 8.1 ริกเตอร์

และมันก็ได้กลายเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่มนุษยชาติจำไม่เคยลืม แม้แต่ "คนเกาะยาว"


สมเด็จพระเทพ ฯ เสด็จเยือนเกาะยาวถึง 3 ครั้ง (เหตุการณ์ที่ 1)

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมพื้นที่เกาะยาวติดๆกันถึง 3 ครั้ง สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีแก่พสกนิกรในเกาะยาวอย่างสูงสุดหาที่เปรียบมิได้

++>BACK

พยากรณ์อากาศ

รายงานแผ่นดินไหว

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กรมอุตุนิยมวิทยา
USGS
เวบผู้จัดการออนไลน์อัพเดทข่าวเร็วมาก

++>BACK


เพิ่มเติมข้อมูล-ติดต่อโฆษณาแจ้งมาที่ Emulsion17@hotmail.com